แฟรนไชส์ และการลงทุน

ระบบแฟรนไชส์ เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาในยุคปัจจุบัน เพราะ ทั้งเจ้าของแฟรนไชส์(Franchisor) และผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ ( Franchisee) สามารถได้ประโยชน์ร่วมกัน แฟรนไชส์จะถูกออกแบบโดยเจ้าของธุรกิจ และเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถขยายสาขาได้มากขึ้น และผู้รับสิทธิ์แฟรนส์ ก็ไม่ต้องลงทุนและเสียเวลามาก

ข้อดีของระบบแฟรนไชส์ ( ในมุมมองของ แฟรนไชส์ซี)

- เริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย เพราะรูปแบบแฟรนไชส์มีระบบต่างๆคอยสนับสนุน

- ลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจ

- ได้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าและแผนการตลาดที่พิสูจน์ว่าทำได้แล้ว

- ประหยัดเวลา ในการที่จะประสบสำเร็จ

- มีทีมงานของให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลา

ข้อดีของการเลือกที่จะทำธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์มีหลากหลากข้อ แต่ข้อเสียก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียอิสรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินธุรกิจมากกว่าปกติ อีกด้วย

เงินลงทุนในธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์

1. เงินค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ( Franchise Fee) เป็นค่าสิทธิแรกเข้า ที่จ่ายครั้งเดียว เมื่อเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งจะรวมถึงค่า แบรนด์ ค่า know how ในการทำธุรกิจนั้น ค่าการอบรมให้ความรู้ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถทำธุรกิจได้ ค่าสำรวจ ค่าคัดเลือกทำเลการค้า ค่าอุปกรณ์ ค่าสนับสนุนต่างๆ จนสามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้

2. ค่าเงินลงทุนด้านสถานที่ อันได้แก่ ค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่งอุปกรณ์ วัสดุ เครื่องใช้ต่างๆ ค่ามัดจำสถานที่

3. ค่าสิทธิรอยัลตี้ หรือ ค่าสิทธิรายเดือน (Royalty Fee) เป็นค่าเรียกเก็บต่อเนื่อง เพื่อการสร้างแบรนด์ การพัฒนาระบบ และการบริการต่างๆของแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นค่าหนึ่งที่จะทำให้แฟรนไชส์ซอร์ดำเนินธุรกิจ และดูแลแฟรนไชส์ซี อย่างต่อเนื่อง เพราะการเติบโตของแฟรนไชส์ซี คือความสำเร็จของแฟรนไชส์ซอร์

4. ค่าการตลาด เป็นค่าที่จัดเก็บเพื่อก่อให้เกิดด้านการโฆษณา โปรโมท ให้ผู้คนรู้จักแฟรนไชส์มากขึ้น

5. เงินต้นทุนในการดำเนินงาน แฟรนไชส์ซีต้องมีการจัดสรรปันส่วนให้เพียงพอในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าสั่งซื้อสินค้าและบริการ

ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

Share: